แยกกันอยู่
  ผู้ที่มิได้อยู่ร่วมกันฉันท์สามีภรรยาแล้ว แต่ไม่ได้หย่ากันตามกฎหมาย
   รวมทั้งผู้ที่มิได้สมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่ได้อยู่ร่วมกันฉันท์สามีภรรยาแล้ว

   หย่า                             
   ผู้ที่มิได้อยู่ร่วมกันฉันท์สามีภรรยาแล้ว และได้หย่ากันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

  คู่สมรส                      
  ผู้ที่ได้อยู่ร่วมกันฉันท์สามีภรรยา ไม่ว่าจะได้ทำการสมรสกันถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ก็ตาม
  และแม้ว่าระหว่างไปสัมภาษณ์สามีภรรยาจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ยังมีความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยา
  เช่น สามีไปทำงานต่างจังหวัดหรือไปทำงานต่างประเทศ ก็ถือว่ายังสมรสกันอยู่

  อัตราการหย่า
            อัตราของคู่สมรสที่จดทะเบียนหย่าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
  สูตรการคำนวณ อัตราการหย่า

อัตราการหย่า =

จำนวนผู้ที่หย่า

X 100

----------------------------------

ผู้ที่สมรสแล้วทั้งหมด - จำนวนผู้ที่ไม่ทราบสถานภาพสมรส

 การย้ายถิ่น Migration
การย้ายสถานที่อยู่อาศัยจากหมู่บ้านหนึ่งหรือเขตเทศบาลหนึ่งจากที่อยู่ครั้งสุดท้ายมายังอีกหมู่บ้านหนึ่งหรือเขตเทศบาลหนึ่งที่อยู่ในปัจจุบันภายในระยะเวลาน้อยกว่า 5 ปี ก่อน
วันสำมะโน
กรณีต่อไปนี้ไม่นับเป็นการย้ายถิ่น
ก.เปลี่ยนเขตเทศบาลหรือหมู่บ้าน เนื่องจากขยายเขตเทศบาลหรือแยกหมู่บ้าน โดยที่บุคคลหรือครัวเรือนนั้นยังอยู่ประจำที่เดิม
ข.ผู้ย้ายที่อยู่อาศัยในกรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา

ผู้ย้ายถิ่น Migrant
ผู้ที่ย้ายสถานที่อยู่อาศัยจากหมู่บ้านหนึ่ง หรือเขตเทศบาลหนึ่ง หรือจากต่างประเทศซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยครั้งสุดท้ายมายังหมู่บ้านหรือเขตเทศบาล ซึ่งเป็นที่ที่อยู่ปัจจุบันที่กำลังถูกสัมภาษณ์

 

การย้ายถิ่นภายในประเทศ Internal migration
การเคลื่อนย้ายของประชากรที่อยู่ในประเทศเดียวกัน คือ ถิ่นต้นทางและถิ่นปลายทาง
เป็นสถานที่ที่อยู่ในประเทศนั้นๆเอง

การย้ายถิ่นสุทธิ  Net migration ผลต่างสุทธิของการย้ายถิ่นเข้าและการย้ายถิ่นออกของประชากรในเขตพื้นที่หนึ่ง อาจออกมาในรูปเพิ่มขึ้นหรือลดลงก็ได้

 

หน้าแรก
สำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ.2553
ข่าวสารกิจกรรม สปค.53
การปฎิบัติงานสนาม สปค.53
นานาสาระ ข้อมูลประชากร
คำถามที่พบบ่อยใน สปค.53
ประวัติ สปค.
ตารางตัวชี้วัดที่สำคัญทางประชากร
ข้อมูลสถิติเชิงแผนที่
ตารางสถิติ
ระบบคลังข้อมูล
รายงานผล
รายงานประชากรแฝง
ข้อเสนอแนะ Q&A






  32,109,371
  33,370,082



เนื้อหาสาระ คำชี้แจง ติดต่อ Link ที่เกี่ยวข้อง

นานาสาระ ข้อมูลประชากร
อายุนั้นสำคัญไฉน ?
Sex Ratio ชี้ ชายมีน้อยกว่าหญิง !
4 ทศวรรษ....การสมรสของคนไทย
สูงวัยใยต้องกังวล
การย้ายถิ่น
" ส้วม" ใครคิดว่าไม่สำคัญ
การหย่า…ปัญหาที่คนมองข้าม
3 ทศวรรษกับการมีส่วนร่วมของสตรีในตลาดแรงงาน
คนอีสานครองแชมป์ย้ายถิ่นเข้ากรุงเทพ
คนไทยกับการศึกษา
ครัวเรือนไทย

การหย่า…ปัญหาที่คนมองข้าม

        เป็นที่ยอมรับกันว่าหญิงมีความอดทนมากกว่าชาย จากอดีตผู้หญิงจะถูกสอนให้เป็นช้างเท้าหลัง ต้องอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน ไม่มีสิทธิมีปากมีเสียง เมื่อแต่งงานกันแล้วต้องมีความอดทนอดกลั้น ไม่ว่าจะมีปัญหากันมากแค่ไหนก็ตาม การหย่าหรือแยกกันอยู่เป็นเรื่องน่าละอาย ส่งผลกระทบต่อสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมของครอบครัว
แต่ในปัจจุบันผู้หญิงมีโอกาสทางการศึกษาสูงขึ้น ทำงานนอกบ้านมากขึ้น สามารถพึ่งพาตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องพึ่งผู้ชายเหมือนสมัยก่อน
       เป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้หญิงกล้าที่จะอยู่เป็นโสดมากขึ้น (4 ทศวรรษ..การสมรสของคนไทย) แต่อย่างไรก็ตามมิได้หมายความว่าจะทำให้ผู้หญิงกล้าที่จะ แยกกันอยู่ กับคู่ครองมากขึ้น แม้ว่าในปัจจุบันสังคมจะยอมรับผู้หญิงที่หย่าหรือเคยผ่านการแต่งงานมาแล้วมากขึ้นก็ตาม



        ผลจากสำมะโนประชากรและเคหะแสดงให้เห็นว่า ทศวรรษที่ผ่านมาการแยกกันอยู่ของคู่สมรสชายและหญิงมีแนวโน้มลดลง โดยหญิงลดลงจากร้อยละ 2.62 ในปี 2533 เหลือร้อยละ 1.95 ในปี 2543  ส่วนชายลดลงจากร้อยละ 1.40 ในปี 2533 เหลือร้อยละ 1.27 ในปี 2543



        แต่เมื่อมองถึง การหย่า ซึ่งในที่นี้หมายถึง สามีภรรยาที่หย่ากันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จะเห็นว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การหย่าของทั้งชายและหญิงเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยชายเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 0.69 ในปี 2533 เป็นร้อยละ 0.92 ในปี 2543 และหญิงเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 1.26 ในปี 2533 เป็นร้อยละ 1.53 ในปี 2543 แสดงให้เห็นแนวโน้มของความแตกแยกในครอบครัวที่เพิ่มสูงขึ้น


        ส่วนการเป็น “หม้าย” ที่หมายถึง ผู้ที่ คู่สมรส เสียชีวิตแล้ว และขณะนี้ยังไม่ได้สมรสใหม่นั้น จากสถิติจะแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าอัตราการเป็นหม้ายของหญิงจะสูงกว่าชายถึงกว่า 3 เท่า มาอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ทศวรรษ แม้จะมีแนวโน้มลดลงจากร้อยละ 12.97 ในปี 2513 เหลือร้อยละ 12.47 ในปี 2543 ขณะที่ชายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 3.60 ในปี 2513 เป็นร้อยละ 4.14 ในปี 2543 ซึ่งการที่อัตราของหญิงเป็นหม้ายมากกว่าชายนั้น นอกจากเป็นเพราะชายมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการตายมากกว่าหญิง ทำให้หญิงต้องเปลี่ยนสถานะเป็นหม้ายแล้ว ส่วนหนึ่งอาจมาจากการที่หญิงที่ผ่านการหย่าหรือแยกกันอยู่มาแล้ว โดยมากมักเข็ดกับชีวิตคู่จนไม่ยอมมีคู่อีก ในทางกลับกันผู้ชายส่วนใหญ่เมื่อหย่าหรือแยกกันอยู่แล้ว มักหาคู่ครองใหม่มากกว่าที่จะอยู่คนเดียวอย่างไร้คู่

        แนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของ อัตราการหย่า ย่อมส่งผลกระทบไปถึงสถาบันครอบครัว ซึ่งเป็นสถาบันที่มีความสำคัญ เนื่องจากเป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง ทั้งการให้ความรัก ความอบอุ่น รวมถึงเป็นสถานที่แรกที่ให้การศึกษาอบรมสมาชิกในครอบครัว เพื่อให้มีการดำรงชีวิตได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม หากการหย่าเกิดขึ้นกับคู่สมรส

        ที่มีบุตรย่อมอาจทำให้บุตรมีปัญหาด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม คงต้องรอดูว่าผลของสำมะโนประชากรและเคหะที่จะจัดทำใน ปี 2553 นี้จะทำให้เราได้ทราบถึงแนวโน้มอัตราการหย่าของคนไทย ว่าจะเป็นอย่างไรในอนาคตอันใกล้นี้